ประวัติพันธุ์สุนัขบางแก้ว
ประวัติความเป็นมาของสุนัขบางแก้วนั้นไม่มีบุคคลใดที่ให้คำตอบที่แน่นอนได้ว่าเกิดจากสุนัขพันธุ์ใดกันแน่ เท่าที่ทราบจากคำบอกเล่ากันต่อๆ มาว่าเป็นสุนัข 3 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ไทย พันธุ์จิ้งจอก และพันธุ์หมาป่า โดยที่มีขนยาวปานกลาง ปากแหลม หางเป็นพวง ซึ่งเป็นลักษณะของสุนัขจิ้งจอก กะโหลกเป็นรูปสามเหลี่ยม ใบหูตั้งสั้นปลายแหลม โคนหูห่างกันมาก เป็นลักษณะของหมาป่า ส่วนลักษณะของสีหรือรูปร่างก็คล้ายสุนัขพันธุ์พื้นบ้านของเรานั่นเอง
ความเป็นมาของหลวงปู่มาก เมธารี เจ้าอาวาสวัดบางแก้ว กับสุนัขบางแก้วคงเป็นเพราะว่าความมีจิตใจเมตตารักสัตว์ ท่านเลี้ยงสัตว์ไว้จำนวนหนึ่ง เมื่อมีคนนำสัตว์มาให้ท่านก็รับเลี้ยงไว้จนกระทั่งท่านได้รับสุนัขสีดำ ตัวใหญ่ และมีขนยาว เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ก็ได้ไปผสมพันธุ์กับสุนัขจิ้งจอกหรือสุนัขป่า จึงมีลูกออกมาเป็นสีดำปนกับสีน้ำตาลแดง ตัวใหญ่ และขนยาว หลังจากนั้นก้มีชาวบ้านย้ายถิ่นฐานมาจากหลายจังหวัดมาอยู่ในละแวกบ้านบางแก้วและมีสุนัขกันแทบทุกครัวเรือนจึงทำให้สุนัข
มีโอกาสผสมพันธุ์กับสุนัขของหลวงปู่มากจึงทำให้เกิดสุนัขบางแก้วและเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่มีน้ำล้อมรอบเมื่อเวลาน้ำไหล
หลากประกอบกับอาศัยอยู่บนเรือนแพจึงทำให้สุนัขมีความจำกัดในการผสมพันธุ์เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ก็ผสมกันเองอยู่ในเหล่า
เดียวกัน จึงทำให้เกิดสุนัขบางแก้วที่มีลักษณะเด่นเฉพาะตัวขึ้น
มาตรฐานพันธุ์
มาตรฐานพันธุ์สุนัขไทยบางแก้ว ที่กำหนดขึ้นโดยชมรมผู้อนุรักษ์และพัฒนาสุนัขไทยบางแก้ว พิษณุโลก แห่งประเทศไทย มีดังนี้ คือ
ลักษณะทั่วไป สุนัขบางแก้วมีลักษณะเด่นเฉพาะตัวคือ มีขนปุยยาว มีความสง่างาม ว่องไวและแข็งแรง เวลายืนมักเชิดหน้าและโก่งคล้ายม้า เป็นสุนัขขนาดกลาง รูปทรงตั้งแต่ช่วงขาหน้าถึงขาหลังเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส อกกว้างและลึกได้ระดับกับข้อศอก ไหล่กว้าง ท้องไม่คอดกิ่ว หน้าแหลม หูเล็ก หางพวง ขนมีสองชั้น นิสัยรักเจ้าของ ฉลาดปราดเปรียว กล้าหาญ ค่อนข้างดุ สามารถฝึกหัดได้ ชอบเล่นน้ำมาก
ขนาด ขนาดเท่ากับสุนัขไทย หรือเล็กกว่าเล็กน้อย ไม่อ้วน ความสูงวัดที่ไหล่ ตัวผู้สูง 42-53 เซนติเมตร ตัวเมียสูง 38-48 เซนติเมตร น้ำหนักตัวผู้ 14-16 กิโลกรัม ตัวเมีย 13-15 กิโลกรัม
ลำตัว ช่วงหัวตอนหน้าใหญ่ ช่วงตัวตอนท้ายค่อนข้างเล็ก ลำตัวหนาปานกลาง อกลึกปานกลาง ยืดอกเวลายืน ส่วนเอวจะคอดกว่าสุนัขไทย ท้ายลาด สง่าเหมือนสุนัขจิ้งจอก
ขา สังเกตุที่ขาว่าขาหน้าจะใหญ่กว่าขาหลังเล็กน้อย ขาส่วนบนใหญ่และเรียวลงมาถึงข้อเท้า ตั้งตรงแข้งแรง ถ้าดูด้านข้างจะเห็นขนยาวเป็นเส้นตรงจากข้อเท้าด้านหลังขึ้นไปถึงข้อศอกเหมือนขาสิงห์ ขาหลังช่วงล่างมีทั้งตั้งตรงและเกือบตรง ช่วงบนด้านหลังจะมีขนยาว เป็นเส้นตรงขึ้นไปจนถึงโคนหาง เวลายืนท่าปกติจะรับน้ำหนักทรงตัวดี นี้วเรียงชิดกัน ขนที่ปลายนิ้วยาวหุ้มเล็บ
หัว กะโหลกใหญ่ ปากยาวแหลม คอยาวกว่าสุนัขไทยทั่วไป กะโหลกศีรษะและปากรับกันเป็นรูปสามเหลี่ยม หูเล็กสั้นตั้งป้องไปข้างหน้า ปลายหูเบนไปข้างๆ เล็กน้อย โคนหูทั้งสองอยู่ห่างกันมากกว่าสุนัขพันธุ์อื่นๆ ภายในหูมีขนปิดรูหูอย่างสุนัขจิ้งจอก ตาเล็กกลมรี พื้นสีตาเป็นสีเหลืองทองคล้ำ ม่านตาตรงกลางสีดำมีแววของความไม่เชื่อใคร ง่ายๆ ขณะโกรธหรือขู่จะขึ้นแววฟ้า ใสแววที่เรียกว่า ตาเขียว จมูกสีดำ ฟันซี่เล็กขาวคม มีเขี้ยวข้างบน 2 ล่าง 2 ลิ้นเป็นสีชมพู ส่วนมากไม่มีปานดำเหมือนสุนัขไทยทั่วไป
ขน ขนสองชั้น หนา ชั้นล่างละเอียดอ่อนนิ่ม ขนชั้นบนยาวเป็นเส้น เมื่อยังเล็กจะมีขนยาวปุกปุยแน่นทั่วตัว แต่เมื่อโตขึ้นจะมีขนยาวปานกลางแน่นทั้งตัว ขนที่กลางหลังตั้งแต่แผงคอไปยังโคนหางจะยาวกว่าขนบริเวณอื่นๆ มีแผงขนเป็นชั้นช่วงสันหลัง เวลาโกรธจะฟูยกให้เห็นชัดเจน ด้านล่างจากข้อเท้าตอนล่างถึงโคนขาตอนบนจะมีขนยาวพอประมาณ
หาง หางต้องเป็นพวง ถือเป็นลักษณะเด่นที่สืบทอดมาจากสุนัขจิ้งจอก ลักษณะพวงหางแบ่งออกเป็น 3 พวกใหญ่ๆ คือ
1.หางตั้งโค้งไปข้างหน้า บางตัวหางจะเหยียดตรงวางทาบไปบนหลัง
2.หางพุ่งไปด้านหลังแล้วโค้งตั้งขึ้นเหมือนหางดาบ ถ้าหางยาวจะโค้งมาจรดหลัง ถ้ายาวมากจะเบี่ยงลงข้าง ถ้าหางพวงใหญ่มีน้ำ หนักมากหางจะไพล่ห้อยลงข้างตัว
3.หางเป็นพวงลาดแบบแทงดิน ยาวห้อยลงอย่างหางม้า เวลาดีใจเมื่อเดินหรือวิ่งจะแกว่งหางไปมา เวลายืนหากมั่นใจว่าปลอดภัยจะยกหางสูงขึ้นเลยระดับตัวเล็กน้อย
สี สุนัขบางแก้วมีสีหลัก คือ สีดำพื้น สีน้ำตาลพื้น สีน้ำตาลปรายอมดำ(เขียว) สีด่างน้ำตาลขาวนอกจากสีด่างดำขาว หรือสีน้ำตาลขาว ยังแทรกจุดหย่อมเล็กกระจายมากน้อยทั่วตัวอีกด้วย
เสียงเห่า เสียงเห่าแหลมเล็กกว่าสุนัขไทย
การเดินวิ่ง เวลาเดินวิ่งเหยาะย่าง สง่างามเหมือนม้าย่างเท้าสวนสนามปกติจะวิ่งซอยเท้าถี่
ข้อบกพร่อง ใบหูพลิ้ว ไม่มีขนแผงรอบคอ ขาหน้าเล็ก ไม่มีแข้งสิงห์ ไม่มีขนคลุมนิ้วเท้า หูใหญ่ หางขอด ขนหลุดร่วง ฟันบนยื่นกว่าฟันล่าง ปากใหญ่ ตาใหญ่ หูไม่ตั้ง หางไม่เป็นพวง ขนสั้น อัณฑะเม็ดเดียว ฟันขาด 3 ซี่ ขึ้นไปโดยไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุ หางขาด ปากทู่ ตากลม สันหลังแอ่น
บล็อคนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการเรียนรายวิชา อินเตอร์เน็ตและการสื่อสารในชีวิตประจำวัน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ชิสุ
สุนัขขนาดเล็ก ส่วนสูง น้ำหนัก วงจรชีวิต การจัดกลุ่มพันธุ์ 8-11 นิ้ว 9-16 ปอนด์ 12-14 ปี สุนัขที่เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน
ลักษณะเด่น
รูปร่างหน้าตาของสุนัขลูกครึ่งจะมีจมูกยาวจนถึงจมูกเชิดและบาน มีโครงสร้างเล็ก บางตัวก็มีขายาวกว่าตัวอื่น สีขน ความสูง และโครงสร้างจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับพันธุ์ที่ผสม
นิสัย
สุนัขพันธุ์ผสมเช่น ชิสุผสมกับปักกิ่งผสม เป็นสุนัขที่ติดคนและต้องการความรักและเอาใจใส่มาก ชอบเที่ยวและอยากให้พาออกไปข้างนอก สุนัขเหล่านี้มักจะขี้ตกใจ แต่ฝึกง่าย ไม่เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และมันอาจจะกัดเด็กได้
การตัดแต่งขนและการออกกำลังกาย
ควรแปรงขนให้พันธุ์ที่มีขนยาวบ่อยๆ อาจจะมากกว่าหนึ่งครั้งต่อวันก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ พันธุ์ขนสั้นควรแปรงขนให้สัปดาห์ละครั้ง ตัวที่มีขายาวเป็นพันธุ์ผสมที่ได้มาจากดัลเมเชี่ยน และควรต้องได้รับการออกกำลังกายมากกว่าตัวที่มีขาสั้น
ยอร์คเชียเทอร์เรีย

| ลักษณะทั่วไป |
| ความเป็นมา |
| ลักษณะนิสัย |
การตัดแต่งขนและการออกกำลังกาย
เจ้ายอร์คเชียร์ควรได้รับการดูแลแปรงขนทุกวัน และเนื่องจากมันมีกิจกรรมคือวิ่งเล่นทั่วบ้านอยู่แล้ว จึงไมต้องพาไปวิ่งหรือเดินเล่นไกลๆ อีก
ชิวาวา
สุนัขขนาดเล็ก เป็นสุนัขเฝ้ายามที่ดี ส่วนสูง น้ำหนัก วงจรชีวิต การจัดกลุ่มพันธุ์ 6-9 นิ้ว 2-6 ปอนด์ 12-15 ปี สุนัขที่เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน
ลักษณะเด่น
ลักษณะขนแบ่งได้เป็น 2 พันธุ์คือ พันธุ์ขนเรียบซึ่งมีขนสั้นเป็นมันเงา และพันธุ์ขนยาวซึ่งมีขนนุ่มยาวกว่าและเป็นลอนเล็กน้อย บริเวณหูและหางจะมีขนปุกปุยขึ้น สีของขนมีสีต่างกันไป เช่น สีแดง สีดำ สีเทาแกมเหลือง และสีน้ำตาลกับสีดำ ลักษณะเด่นของสุนัขพันธุ์นี้คือหัวมีรูปทรงเหมือนลูกแอปเปิ้ล ใบหูใหญ่และตั้ง
นิสัย
ชิวาวาเป็นสุนัขที่เล็กที่สุดในบรรดาสุนัขทั้งหมด และด้วยขนาดที่เล็ก และการเลี้ยงดูที่ยุ่งยาก มันจึงไม่เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็กๆ สุนัขพันธุ์นี้เหมาะที่จะเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนคนสูงอายุ หรือผู้ที่อาศัยตามคอนโด หากมันได้รับการฝึกและดูแลอย่างถูกต้องแล้ว สุนัขพันธุ์นี้จะเป็นสุนัขที่ขี้เล่นและร่าเริงทีเดียว
การตัดแต่งขนและการออกกำลังกาย
ชิวาวาต้องการการดูแลแปรงขนเป็นครั้งคราว พวกมันชอบเดินเล่นระยะทางสั้นๆ
ถิ่นกำเนิด
ชิวาวามีต้นกำเนิดจากพันธุ์เตชิชิ ซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์เล็กของชนเผ่าอินเดียนแดงตอลเตคแถบอเมริกากลาง ในศตวรรษที่ 9 หรืออาจจะถูกนำเข้ามาในอเมริกากลางโดยชาวจีนหรือสเปน
ปัญหาสุขภาพของสายพันธุ์
โรคกระดูกสะบ้าเคลื่อน ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ
อเมริกัน ค็อกเกอร์ (American Cocker Spaniel)
ลักษณะทั่วไป
เป็นสุนัขที่มีขนาดเล็กที่สุดในกลุ่ม SPORTING AMERICAN COCKER มีต้นตระกูลมาจากENGLISH COCKER แต่ถูกนำไปเลี้ยงในอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1880 และถูกพัฒนาให้มีลักษณะแตกต่างไปจากบรรพบุรุษ เป็นสุนัขที่วิ่งเร็วปราดเปรีย นิยม ใช้ในกีฬาล่าสัตว์อุปนิสัย อเมริกัน ค็อกเกอร์ สเปเนียล มีนิสัยของสุนัขใช้ในกีฬาล่าสัตว์เป็นเอกลักษณ์กับประสาทสัมผัส ที่พัฒนาอย่างเฉียบแหลมเพื่อการเก็บคาบ และยังคงถูกใช้อย่างกว้างขวางในสหรัฐอเมริกาเพื่อเป็นสุนัขใช้ในกีฬาล่าสัตว์ ในออสเตรเลียวัตถุประสงค์หลักคือเลี้ยงไว้เป็นธรรมชาติของสายพันธุ์ จะเข้าได้ง่ายกับคนแปลกหน้าจึงไม่ควรใช้เป็นสุนัขคุ้มกันหรือสุนัขเฝ้ายาม โดยทั่วไปอารมณ์จะคงที่ และเป็นสายพันธุ์ที่ปรับตัวได้ดี ขนาดเล็กพอที่จะอุ้มไว้บนตักแต่ใหญ่พอสำหรับพาเดินเล่นไกลๆ และเล่นกับเขาเป็เวลานานๆ
| ความเป็นมา |
| ลักษณะนิสัย |
อเมริกัน ค็อกเกอร์ สเปเนียล มีนิสัยของสุนัขใช้ในกีฬาล่าสัตว์เป็นเอกลักษณ์กับประสาทสัมผัสที่
พัฒนาอย่างเฉียบแหลมเพื่อการเก็บคาบและยังคงถูกใช้อย่างกว้างขวางในสหรัฐอเมริกาเพื่อเป็นสุนัข
ใช้ในกีฬาล่าสัตว์ ในออสเตรเลียวัตถุประสงค์หลักคือเลี้ยงไว้เป็นธรรมชาติของสายพันธุ์ จะเข้าได้
ง่ายกับคนแปลกหน้าจึงไม่ควรใช้เป็นสุนัขคุ้มกันหรือสุนัขเฝ้ายาม โดยทั่วไปอารมณ์จะคงที่ และเป็น
สายพันธุ์ที่ปรับตัวได้ดี ขนาดเล็กพอที่จะอุ้มไว้บนตักแต่ใหญ่พอสำหรับพาเดินเล่นไกลๆ และเล่นกับเขาเป็นเวลานานๆ
การดูแล
อเมริกัน ค็อกเกอร์ สเปเนียล ต้องการเวลาและความใส่ใจอย่างมากในการดูแลสุขภาพขนให้สวยสมบูรณ์อยู่เสมอโดยการแปรงขนบ่อยๆ และอาบน้ำ หรือพาไปร้านตัดแต่งขนเป็นประจำโดยต้องดูแลตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัขและตลอดชั่วชีวิตของสุนัขขณะที่อเมริกันค็อกเกอร์ดูสง่างาม เมื่อสภาพขนสมบูรณ์เต็มที่ เจ้าของหลายคนจะเก็บ และคอยตัดเล็มปลายขนโดยปล่อยขนที่ขาและท้องให้ยาวเพียง 5 ซม. เท่านั้น เพื่อลดโอกาสที่ขนจะพันกันเป็นปมและง่ายต่อ การอาบน้ำ การทำให้ขนแห้ง และการตัดแต่งขน ช่วงฤดูหนาวควรดูแลเขาให้อยู่ในที่แห้งเท่าที่จะเป็นไปได้ ในกรณีพื้นเปียกแฉะหรือเป็นโคลนเท่านั้น ที่ควรหาเบาะรองนอนเพื่อช่วยป้องกันขนเสีย
| ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม |
ผู้ที่เตรียมตัวเตรียมใจแล้วเรื่องที่ต้องคอยดูแลและตัดแต่งขนของเขาเป็นประจำ และจะไม่ผิดหวังเลยหากต้องการเพื่อนไว้เดินเล่นสักตัว
| ข้อควรจำ |
| มาตรฐานสายพันธุ์ |
| ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| ||||||||||||||
| ||||||||||||||
อ่านต่อ : http://www.dogilike.com/breeds/3/%E0%B8%84%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A5.php#ixzz1Q62gujh4
พูเดิ้ล Poodle
สุนัขพันธุ์พูเดิ้ล Poodle ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามีกำเนิดในประเทศใด บางข้อมูลกล่าวว่ามีกำเนิดในประเทศเยอรมัน โดยรู้จักกันในนาม Pudle แต่บางท่านกล่าวว่า Poodle เป็นสุนัขประจำชาติของฝรั่งเศส โดยชาวฝรั่งเศสมักนิยมใช้สุนัขพันธุ์นี้ ในการคาบสิ่งของหรือฝึกแสดงในละครสัตว์และชอบที่จะตัดแต่งทรงขน ซึ่งมีลักษณะหยิกแน่นเป็นขดเป็นทรงต่างๆตามแฟชั่นเป็นที่โปรดปราน แก่บรรดาคุณหญิงคุณนายชาวฝรั่งเศสกันมาช้านาน
สุนัขพูเดิ้ล นี้สืบเชื้อสายมาจากพันธุ์ Water Retriever จึงมีความสามารถพิเศษในการว่ายน้ำ Poodle มี 3 ขนาด โดยมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไปคือ Toy poodle, Miniature Poodle, Standard Poodle โดยขนาด Standard Poodle ถือกำเนิดก่อน Poodle ขนาดอื่นๆ ซึ่งนิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย ต่อมาจึงมีคัดเลือกสหพันธุ์ที่เล็กลง ผสมผสานจนเกิดเป็น Miniature และ Toy Poodle ขึ้น ทั้งสามขนาดนี้กำหนดขึ้นให้เป็นมาตรฐานประกวดไปทั่วโลกในปัจจุบัน
มาตราฐานสายพันธุ์พูเดิ้ล
อุปนิสัย : ฉลาด ร่าเริง ช่างประจบประแจง ขี้อิจฉา สอนง่าย รักสะอาด จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมาช้านานทั่วทุกมุมโลก
หู : ห้อยแนบชิดส่วนหัว โคนหูจะอยู่ในระดับต่ำกว่าตาเล็กน้อย หูมีขนยาว ใบหูค่อนข้างกว้างและหนา
ศีรษะ : หัวกะโหลกมีลักษณะค่อนข้างกลม แก้มค่อนข้างแบนหากมองจาด้านบน ลักษณะจากส่วนหัวถึงปลายจมูกจะมีลักษณะคล้ายรูปหยดน้ำ
ตา : มีลักษณะเป็นรูปกลมค่อนข้างรี คล้ายผลอัลมอนด์ ตาสีเข้ม ขอบตาเข้ม ตามีแววร่าเริง ตื่นตัวเสมอ
ดั้งจมูก : มีมุมหักพอสมควรหรือลาดลง
ปาก : ความยาวของปากมีขนาดใกล้เคียงกับความยาวของหัวกะโหลก สันปากตรงแข็งแรง ริมฝีปากตึงไม่ห้อยหย่อนยานหรือปากล่างหนาจนเกินไป
ฟัน : ขาวแข็งแรง ขบแบบกรรไกร ลำตัว : มองจากด้านข้าง มีลักษณะคล้ายรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ความสูงของลำตัวมีขนาดใกล้เคียงกับความยาวของลำตัว เส้นหลังตรงแข็งแรง
คอ : มีขนาดค่อนข้างยาว ทำให้ Poodle ดูสง่างาม ขณะเชิดหัวขึ้นหนังคอตึง คอประกอบด้วยกล้ามเนื้อ
อก : ลึก กว้างพบประมาณ
เอว : สั้น ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ
ขาหน้า : มองจากด้านหน้า ขาหน้าตั้งตรง ขาหน้าทั้ง 2 ข้างขนานกัน ห่างกันพอเหมาะมองจากด้านข้างอยู่ในแนวเดียวกับหัวไหล่ ขาหน้ามีกระดูกและกล้ามเนื้อสัมพันธ์กับขนาดของสุนัข ข้อเท้าหน้าแข็งแรง เท้ามีขนาดเล็ก รูปกลมรีไม่แบนเหมือนตีนเป็ด ฝ่าเท้าหนาเท้าชี้ตรงไปด้านหน้า ไม่บิดซ้ายบิดขวา นิ้วติ่งตัดออก เล็บควรตัดสั้น
ขาหลัง : มองจากด้านหลัง ขาหลังตรง ขนานกัน ขาหลังท่อนบนมีกล้ามเนื้อมาก ข้อเท้าสั้น ตั้งฉากกับพื้น ขาเท้าหลังทำมุมพอประมาณ และสัมพันธ์กับลำตัวส่วนหน้า เท้าหลังมีลักษณะเหมือนเท้าหน้าคือไม่บิดซ้ายบิดขวา
หาง : โคนหางอยู่ในระดับสูง หางตั้งตรงไม่ชี้เอนไปด้านหลังขณะเดิน หางนิยมตัดออก 1ใน 3 ส่วนของความยาวของหางทั้งหมด
ขน : Poodle มีขน 2 ชั้น ขนชั้นบนอ่อนนุ่ม ขนชั้นนอกยาว ขนชั้นนอกนี้มี 2 ชนิด คือ ชนิดหยิกและชนิดหยิกคลายเป็นเกลียวคลื่น Poodle นิยมตัดแต่งขนให้มีรูปทรงต่างๆ กันได้หลากหลายตามแฟชั่นในแต่ละสถานที่ แต่มีข้อบังคับแน่นอนในสนามประกวด ดังนี้ อายุน้อยกว่า 12 เดือน ตัดทรง Puppy Clip เมื่ออายุเกิน 12 เดือนไปแล้วต้องตัดทรง Englishหรือทรง Continental Clip
สี : มีขนสีเดียวตลอดทั้งตัว ขนอาจมีสีจางลงได้ Poodle ขาวอาจมีสีครีมอ่อนที่หูได้ แต่ไม่ใช่สีตัดกันจนเป็นสีน้ำตาล Poodle สีน้ำตาลช็อกโกแลต กาแฟ แอปปริคอท มักมีจมูก,ขอบตา, เล็บ, ริมฝีปาก สีน้ำตาลเข้มๆ หรือสีตับ ส่วน Poodle สีดำ เทาดำ เทาเงิน ครีมและขาวจะมีจมูก, เล็บ, ขอบตา, ริมฝีปากและไรจมูกเป็นสีดำ
ขนาด : Poodle มี 3 ขนาดและจัดอยู่ในกลุ่มต่างๆ ดังนี้ Standard Poodle มีขนาด ความสูงไม่ต่ำกว่า 15 นิ้ว Miniatrue Poodle มีความสูง 11-15 นิ้ว ทั้ง 2 ขนาดนี้ จัดอยู่ในกลุ่มของ Non-Sporting Toy Poodle มีขนาดความสูงไม่เกิน 11 นิ้ว จัดอยู่ในกลุ่ม Toy ส่วนขนาด Tea-Cup ซึ่งเล็กกว่า Toy Poodle เป็นเพียงขนาดไม่ได้จัดประกวด มีความสูงตั้งแต่8 นิ้วลงไป นับเป็น Pet-Quality ที่นิยมเลี้ยงกันเท่านั้นจะเข้าประกวดไม่ได้เลย ถือเป็นPoodle ที่ด้อยผิดมาตรฐานของสายพันธุ์ Poodle ทั่วๆ ไป
การเดิน : มีความสง่างาม ขณะเดินหรือวิ่ง ขาหน้าไม่แกว่งหรือยกเตะสูงเหมือนพันธุ์Miniatrue Pinscher จะเหวี่ยงขว้างไกลไปข้างหน้าเช่นเดียวกับขาหลัง หัวตั้งตรง ขณะเดินไม่โยกไปมา ขาแข็งแรง ก้าวอย่างมั่นใจ
มาตราฐานสายพันธุ์พูเดิ้ล
อุปนิสัย : ฉลาด ร่าเริง ช่างประจบประแจง ขี้อิจฉา สอนง่าย รักสะอาด จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมาช้านานทั่วทุกมุมโลก
หู : ห้อยแนบชิดส่วนหัว โคนหูจะอยู่ในระดับต่ำกว่าตาเล็กน้อย หูมีขนยาว ใบหูค่อนข้างกว้างและหนา
ศีรษะ : หัวกะโหลกมีลักษณะค่อนข้างกลม แก้มค่อนข้างแบนหากมองจาด้านบน ลักษณะจากส่วนหัวถึงปลายจมูกจะมีลักษณะคล้ายรูปหยดน้ำ
ตา : มีลักษณะเป็นรูปกลมค่อนข้างรี คล้ายผลอัลมอนด์ ตาสีเข้ม ขอบตาเข้ม ตามีแววร่าเริง ตื่นตัวเสมอ
ดั้งจมูก : มีมุมหักพอสมควรหรือลาดลง
ปาก : ความยาวของปากมีขนาดใกล้เคียงกับความยาวของหัวกะโหลก สันปากตรงแข็งแรง ริมฝีปากตึงไม่ห้อยหย่อนยานหรือปากล่างหนาจนเกินไป
ฟัน : ขาวแข็งแรง ขบแบบกรรไกร ลำตัว : มองจากด้านข้าง มีลักษณะคล้ายรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ความสูงของลำตัวมีขนาดใกล้เคียงกับความยาวของลำตัว เส้นหลังตรงแข็งแรง
คอ : มีขนาดค่อนข้างยาว ทำให้ Poodle ดูสง่างาม ขณะเชิดหัวขึ้นหนังคอตึง คอประกอบด้วยกล้ามเนื้อ
อก : ลึก กว้างพบประมาณ
เอว : สั้น ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ
ขาหน้า : มองจากด้านหน้า ขาหน้าตั้งตรง ขาหน้าทั้ง 2 ข้างขนานกัน ห่างกันพอเหมาะมองจากด้านข้างอยู่ในแนวเดียวกับหัวไหล่ ขาหน้ามีกระดูกและกล้ามเนื้อสัมพันธ์กับขนาดของสุนัข ข้อเท้าหน้าแข็งแรง เท้ามีขนาดเล็ก รูปกลมรีไม่แบนเหมือนตีนเป็ด ฝ่าเท้าหนาเท้าชี้ตรงไปด้านหน้า ไม่บิดซ้ายบิดขวา นิ้วติ่งตัดออก เล็บควรตัดสั้น
ขาหลัง : มองจากด้านหลัง ขาหลังตรง ขนานกัน ขาหลังท่อนบนมีกล้ามเนื้อมาก ข้อเท้าสั้น ตั้งฉากกับพื้น ขาเท้าหลังทำมุมพอประมาณ และสัมพันธ์กับลำตัวส่วนหน้า เท้าหลังมีลักษณะเหมือนเท้าหน้าคือไม่บิดซ้ายบิดขวา
หาง : โคนหางอยู่ในระดับสูง หางตั้งตรงไม่ชี้เอนไปด้านหลังขณะเดิน หางนิยมตัดออก 1ใน 3 ส่วนของความยาวของหางทั้งหมด
ขน : Poodle มีขน 2 ชั้น ขนชั้นบนอ่อนนุ่ม ขนชั้นนอกยาว ขนชั้นนอกนี้มี 2 ชนิด คือ ชนิดหยิกและชนิดหยิกคลายเป็นเกลียวคลื่น Poodle นิยมตัดแต่งขนให้มีรูปทรงต่างๆ กันได้หลากหลายตามแฟชั่นในแต่ละสถานที่ แต่มีข้อบังคับแน่นอนในสนามประกวด ดังนี้ อายุน้อยกว่า 12 เดือน ตัดทรง Puppy Clip เมื่ออายุเกิน 12 เดือนไปแล้วต้องตัดทรง Englishหรือทรง Continental Clip
สี : มีขนสีเดียวตลอดทั้งตัว ขนอาจมีสีจางลงได้ Poodle ขาวอาจมีสีครีมอ่อนที่หูได้ แต่ไม่ใช่สีตัดกันจนเป็นสีน้ำตาล Poodle สีน้ำตาลช็อกโกแลต กาแฟ แอปปริคอท มักมีจมูก,ขอบตา, เล็บ, ริมฝีปาก สีน้ำตาลเข้มๆ หรือสีตับ ส่วน Poodle สีดำ เทาดำ เทาเงิน ครีมและขาวจะมีจมูก, เล็บ, ขอบตา, ริมฝีปากและไรจมูกเป็นสีดำ
ขนาด : Poodle มี 3 ขนาดและจัดอยู่ในกลุ่มต่างๆ ดังนี้ Standard Poodle มีขนาด ความสูงไม่ต่ำกว่า 15 นิ้ว Miniatrue Poodle มีความสูง 11-15 นิ้ว ทั้ง 2 ขนาดนี้ จัดอยู่ในกลุ่มของ Non-Sporting Toy Poodle มีขนาดความสูงไม่เกิน 11 นิ้ว จัดอยู่ในกลุ่ม Toy ส่วนขนาด Tea-Cup ซึ่งเล็กกว่า Toy Poodle เป็นเพียงขนาดไม่ได้จัดประกวด มีความสูงตั้งแต่8 นิ้วลงไป นับเป็น Pet-Quality ที่นิยมเลี้ยงกันเท่านั้นจะเข้าประกวดไม่ได้เลย ถือเป็นPoodle ที่ด้อยผิดมาตรฐานของสายพันธุ์ Poodle ทั่วๆ ไป
การเดิน : มีความสง่างาม ขณะเดินหรือวิ่ง ขาหน้าไม่แกว่งหรือยกเตะสูงเหมือนพันธุ์Miniatrue Pinscher จะเหวี่ยงขว้างไกลไปข้างหน้าเช่นเดียวกับขาหลัง หัวตั้งตรง ขณะเดินไม่โยกไปมา ขาแข็งแรง ก้าวอย่างมั่นใจ
ปัญหาของสายพันธุ์พุดเดิ้ล
ขนแน่น 2 ชั้น ต้องการการบำรุงเส้นขนเป็นพิเศษ มักมีปัญหาสุขภาพช่องปาก เช่น คราบหินปูน ฟันผุ มีกลิ่นปาก
พูเดิ้ลมักเจอปัญหาโรคต้อกระจกเมื่ออายุมาก
เยอรมัน เชฟเฟอร์ด
สุนัข ขนาดใหญ่ เป็นสุนัขที่ต้องการการออกกำลังกายเป็นพิเศษ ต้องการการดูแลขนเป็นพิเศษ และเป็นสุนัขเฝ้ายามที่ดี ส่วนสูง น้ำหนัก วงจรชีวิต การจัดกลุ่มพันธุ์ 22-26 นิ้ว 65-95 ปอนด์ 11-13 ปี สุนัขอารักขา
ลักษณะเด่น
มี ขน 2 ชั้น ขนชั้นนอกยาวปานกลาง ขนชั้นนอก แน่น หยาบ เหยียดตรงและราบไปกับลำตัวปกคลุมขนชั้นในที่แน่นและนุ่ม สีขนปกติจะเป็นสีดำกับสีน้ำตาล หรือสีดำล้วน แต่มีบางตัวที่มีสีขาว (ซึ่งยังไม่เป็นที่ยอมรับ) จมูก ขอบตา และริมฝีปากเป็นสีดำ หางมีขนฟู หูตั้งซึ่งทำให้มันดูเหมือนตื่นตัวตลอดเวลา หน้าอกลึก ขาหลังแข็งแรงและมีกล้ามเนื้อ หางจะตกหากมันรู้สึกผ่อนคลาย
นิสัย
เจ้า สุนัขแสนรู้ตัวนี้หากได้รับการผสมพันธุ์จากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่ดีและได้ รับการฝึกฝนอย่างถูกต้องแล้ว มันจะเป็นสุนัขที่เป็นมิตร เรียบร้อย ขี้เล่น ช่างประจบเอาใจ สุนัขพันธุ์นี้สามารถฝึกให้เชื่อฟังได้ง่ายเพราะฉลาด ตอบสนองไว และมีสมาธิ เนื่องจากสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ได้ดี สามารถเลี้ยงไว้ในคอนโดหรือในเมืองที่แออัดก็ได้ แต่มีข้อยกเว้นว่าจะต้องได้รับการออกกำลังกายอย่างเพียงพอ ถ้าคุณทำไม่ได้หรือไม่แน่ใจ ขอแนะนำว่าอย่าเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้จะดีกว่า จะได้ไม่ต้องหาบ้านใหม่ให้มันในภายหลัง
การตัดแต่งขนและการออกกำลังกาย
ควร แปรงขนให้ทุกวันเพราะสุนัขพันธุ์นี้จะผลัดขนตลอดปี ต้องการการออกกำลังกายด้วยการเดินไกลๆ และควรมีเวลาให้มันได้เล่นทุกวันเพื่อไม่ให้มันรู้สึกเบื่อและมีพฤติกรรมที่ ไม่พึงประสงค์และโรคตามมา
ถิ่นกำเนิด
มี ต้นกำเนิดในราวศตวรรษที่ 19 เพื่อใช้ต้อนฝูงแกะ แต่ในปัจจุบันเนื่องด้วยมันเป็นสุนัขที่ฝึกง่าย เรียนรู้ได้เร็ว และมีความสามารถหลากหลาย จึงถูกนำไปใช้ในการ ค้นหา ช่วยชีวิต งานตำรวจและทหาร และงานตรวจหาวัตถุระเบิด มันจึงกลายเป็นสุนัขสารพัดประโยชน์ และเป็นสุนัขยอดฮิตติดอันดับสุนัขที่ผู้คนอยากเลี้ยง และสาเหตุนี้เองที่ทำให้มีผู้เพาะพันธุ์หลายรายเพาะพันธุ์สุนัขอย่างไม่ถูก ต้องและได้สายพันธุ์ไม่ดี ที่มีปัญหาหลายอย่างตามมา เช่นมีลักษณะนิสัยต่างไปจากพันธุ์ของมัน หากคุณได้ลูกสุนัขที่มีสายพันธุ์ที่ดีแล้ว เจ้านี่จะเป็นสุนัขคู่ใจของคุณไปอีกนาน
ข้อควรระวังเป็นพิเศษ
ปัญหา สุขภาพของสายพันธุ์ : โรคข้อสะโพกและข้อศอกห่าง ท้องร่วงเรื้อรัง โรคท้องมาน โรคกระดูกอักเสบ โรคแก้วตาอักเสบ โรคเลือดไหลไม่หยุดระหว่างและหลังผ่าตัด
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)















